เล่าเรื่อง MV Films

ในยุค 2000 - 2008 การถ่ายทำ MV ของไทยในสมัยนั้นจะใช้กล้อง BetaCam เป็นหลัก มีเฉพาะตัวที่คิดว่าจะใช้เป็นตัวหลักของอัลบัมนั้นๆ ที่จะถ่ายทำด้วยฟิล์มเนกาทีฟ

Year 2000 - 2008, shooting mv in Thailand mostly worked with BetaCam cameras, but, some songs or singer will be chosen for shooting on negative films.


การแก้สี MV จากเนกาทีฟ คัลเลอร์ลิสต์จะต้องทำงานทั้งหมดจากฟุตเทจที่ถ่ายทำมา โดยที่ไม่ทราบเนื้องเรื่องของงานนั้นเลย ทำให้คิดภาพสำหรับ mood & tone ได้ยากพอสมควร คัลเลอร์ลิสต์บางท่านก็จะมีวิธีคุยกับลูกค้าเพื่อหา mood & tone ให้ชิ้นงาน สำหรับเราต้องขอฟังเดโมเพลงที่ลูกค้าใช้ในการถ่ายทำ เพื่อให้รู้จังหวะดนตรีและเนื้อเพลงด้วย เพื่อให้สามารถสร้างชิ้นงานได้เข้ากับอารมณ์เพลงให้มากที่สุด ส่วนใหญ่งาน mv ในสมัยนั้นที่ถ่ายโดยฟิล์มเนกาทีฟจะต้องการให้ภาพ "เหนือจริง" นิดนึง ไม่มาก ก็น้อย หรืออาจจะดูเป็นแฟนตาซีไปเลยก็ได้ ตามเรื่องที่ผู้กำกับและทีมงานได้สร้างสรรค์และคิดไว้

MV colour grading from negative films, the colourist must goes through the whole footage without seeing any cutting. So, we, the colourist, always discuss with clients before jobs start. I was always asked the clients to brought the demo song for me to know how that song should be goes with the footages.


มีปัจจัยมากมายหน้างาน นอกจากจะต้องปั่นงานด้วยความเร็วสูงด้วยสีที่สร้างสรรค์ไว้แล้ว งบสำหรับทำงานห้องเทเลซีนหรือห้องแก้สีในสมัยนั้นยังมีอย่างจำกัด ฟุตเทจที่ถ่ายมา 40 นาทีต้องทำทั้งหมดให้ได้ภายใน 2-2.30 ชั่วโมงโดยประมาณ รวมการทรานสเฟอร์หรือลงเทป ซึ่งในเวลานั้นยังเป็นระบบลีเนียร์ ลงแบบเรียลไทม์ ยังไม่สามารถเรนเดอร์ออกมาได้รวดเร็วเหมือนในปัจจุบัน

There were so many things to think about when we were on jobs. We need to work as quick as we can because there was always very tight budget for this kind of jobs and everything were on linear process and take more time for transfer than the non-linear process as today.


และเครื่องเทเลซีนในสมัยนั้นมีเลเยอร์ให้ทำงานอย่างจำกัดและการจัดเรียงเลเยอร์ก็จำกัดด้วย เราไม่สามารถ การทำงานต้องเป็นขั้นตอนแบบตายตัว ดังนั้นการแก้สีในสมัยนั้นจึงต้องวางระบบวิธีคิดในหัวให้แม่น เนื่องจากหากผิดขั้นตอนไป ก็จะไม่ได้ผลลัพท์อย่างที่ต้องการ

The telecine program gave us the limited layers and also fixed the functions of the layer, so, we must have good work process.



เครื่องสแกนฟิล์มเพื่อแก้สี

Spirit DataCine Scanner machine

Thank you http://worldofwild.blogspot.com/2011/04/ for this photo.



นอกจากต้องปั่นสุดตัวแล้ว ก็ต้องแก้ปัญหาหน้างานอีกร้อยแปด เช่น ถ่ายเช้าถึงเย็น ระดับแสงไม่เท่ากัน อุณหภูมิแสงระหว่างวัน ทำให้ BG แตกต่างกัน การถ่ายโอเวอร์เอกซ์โพสหรืออันเดอร์เอกซ์โพส... เป็นต้น

Moreover, we also need to solve the problems from the shooting such as the different of the day light or the exposure, for example.


หน้าที่หลักๆ ของคัลเลอร์ลิสต์ นอกจากการสร้างสรรค์สีภาพให้สวยแล้ว หน้าที่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือการแก้ปัญหาให้ภาพที่เราทำอยู่ผ่านไปให้ได้ ใน mood & tone ที่สามารถเชื่อมกับทั้งงานได้โดยไม่รู้สึกสะดุด กับรอยต่อระหว่างคัต

The Main ideas of working as a colourist is to create looks of the images to looking great, but, the other things is to solve the problems. Make the different footage to be the same mood & tone.


การแก้ปัญหาที่เกิดจากการถ่ายทำ ส่วนแรกที่ต้องทำเมื่อแสงเปลี่ยนก็คือ การบาลานซ์สีใหม่ ให้ใกล้กับคัตก่อนหน้าให้ได้ เพื่อให้สามารถคัดลอกการคีย์สีและใช้ secondary อื่นๆได้ง่ายขึ้น และยังทำให้คัลเลอร์ลิสต์ผู้แก้ปัญหามีความชำนาญในการทำงานมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อแก้ปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้นต่อไป

The first things to fix when the lighting changed is to re-balance, then, we could copy the secondaries set up from the previous shots and save time. Re-balancing also gives the colourist more skill and fix it as quick as they can.




MV อยู่กับฉัน อยู่กับเขา โดย อี๊ดวง ฟลาย

by Soho Asia Post Bangkok


งานนี้ได้รับโจทย์มาว่า เอาแบบหนังไทยโบราณ ระเบิดภูเขา เผากระท่อม และให้ดูเหนือจริงด้วย

ดังนั้นจึงทำงานสีผิวและผืนทรายเป็นสีเหลือง และมีคู่สีเขียวในองค์ประกอบอื่นๆ โดยเฉพาะท้องฟ้า เพื่อให้มีการตัดกันของสีด้วย ความยากของงาน คือ แสงที่เปลี่ยนไปตลอดวัน แต่ต้องทำให้รู้สึกว่าอยู่ในเวลาที่ใกล้เคียงกันให้ได้ เนื่องจากเป็นไฟล์ที่แปลงมาจากวิดีโอระบบ SD อาจจะมีความแตกต่างของสีและวิดีโอเลเวล

This job the clients wants to get the images like Thai old fashion films. So we decided to use yellow and green colour together. I was very concentrated on the different light of all day shooting. The original video was in PAL SD system and converted to be a video clip. This will make the images a bit different from the original colour.

203 views0 comments