From My Experiences : แชร์ประสบการณ์


ในการทำงานเกรดสี นอกจากอาศัยความรู้พื้นฐานด้านสีและการใช้งานโปรแกรมแล้ว ยังต้องอาศัยประสบการณ์ในการทำงานเพื่อเพิ่มความสามารถในการสร้างสรรค์อีกด้วย


ในสมัยที่ยังเป็นผู้ช่วย เครื่องมือในการทำงานด้านนี้ยังมีอยู่จำกัดและราคาสูงมาก จึงทำให้มีโพสต์เฮ้าส์ไม่กี่ที่เท่านั้น ที่จะมีห้องเกรดสีได้ รวมถึงราคาการทำงานต่อชั่วโมงยังแพงมากอีกด้วย ดังนั้น คัลเลอร์ลิสต์ผู้ที่ลูกค้าจะเลือกทำงานด้วยนั้น จะต้องเป็นคนที่ลูกค้าเชื่อถือและเชื่อใจว่าจะทำงานเค้าให้สวยงามอย่างที่ต้องการในชั่วโมงการทำงานที่กำหนดได้


การที่ผู้ช่วยจะขึ้นมาเป็นคนทำสีได้นั้น ต้องทำงานมากมายหลายอย่าง เตรียมงานให้ดี ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น รวมถึงการส่งงานให้ถึงมือลูกค้าได้อย่างถูกต้องและทันเวลา สิ่งเหล่านี้เป็นการสร้างความคุ้นเคยและความเชื่อใจให้กับลูกค้า รวมถึงหากผู้ช่วยสามารถแก้งานที่ colorist ทำได้บ้าง โดยไม่ต้องเรียกตัวจริงมาทำ ก็จะทำให้มีโอกาสได้ทำงานมากขึ้น ผู้ช่วยในสมัยนั้นจึงต้องพยายามเรียนรู้เพื่อหาโอกาสให้ได้ทำงาน เพื่อให้ได้ขึ้นมาเป็นคนทำบ้าง


MV เป็นอีกหนึ่งโอกาสของผู้ช่วย เนื่องจากเป็นงานที่งบประมาณจำกัด โพสต์เฮาส์ส่วนใหญ่จะให้ลองทำกับผู้ช่วยของแผนกที่มีทีท่าว่าจะทำได้ ผู้ช่วยคนนั้นต้องเตรียมตัวให้ดีเพื่อขึ้นงานแสดงความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองออกมาโชว์ให้ลูกค้าเห็นให้ได้ ขั้นตอนนี้งานอาจจะไม่เนี้ยบมากก็ได้ ขึ้นกับลูกค้าแต่ละเจ้า แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ เร็ว และ ดี


สิ่งที่ผู้ช่วยต้องฝึกมาตั้งแต่ตอนเตรียมงานให้ colorist นั้น สิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือ การฝึกแปลสารจากลูกค้า เมื่อลูกค้ากับลูกพี่คุยกัน แล้วจินตนาการให้ออกว่าสิ่งที่ลูกค้าต้องการคืออะไร และสิ่งที่คนทำสีต้องทำคืออะไร รวมถึงควร sit-in หรือนั่งประกบลูกพี่ เพื่อซึมซับความรู้ให้ห้องทำงาน ก่อนที่จะได้ทำงานจริง


เมื่อถึงหน้างาน บางทีประสบการณ์ที่คอยนั่งดูอยู่กับลูกพี่อาจเหลือน้อยนิดด้วยความตื่นเต้น และประสบการณ์จริงน้อย ดังนั้นควรหาเวลานั่งทำงานก่อนลูกค้าเข้าสักพัก


ส่วนตัวแล้ว จะขอโปรดิวเซอร์ไว้ว่าขอให้มีเวลาล่วงหน้าสัก 1 ชั่วโมงก่อนลูกค้าเข้า เพื่อดูฟุตเทจและลองเล่นสีดู ว่าภาพและเซ็ตที่มาจะทำอย่างไรได้บ้าง ที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์และไม่เหมือนคนอื่นได้




เพลง อยู่กับเขา อยู่กับฉัน โดย อี๊ด วง Fly
ที่มา : Youtube : GMM Grammy Official

โจทย์ที่ได้จากลูกค้าก็คือ อยากให้ดูเหมือนภาพยนตร์ไทยรุ่นเก่า

ฟิล์มพริ้นที่ใช้เล่นกับเครื่องฉายหนังนั้น เมื่อนานๆ ไป คุณภาพของสีที่พิมพ์ลงไปบน positive print นั้นจะค่อยๆลดลงไปเรื่อยๆ สีแดง คือสีที่เหลือเยอะที่สุด ทำให้ภาพที่เห็นส่วนใหญ่เป็นสีแดง



จากเรื่อง จงอางเพลิง
ที่มา : Youtube Chanel : BKP Entertainment

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับ positive print แต่ละยี่ห้อด้วย ว่ายังสามารถเก็บคุณภาพของสีและรายละเอียดของภาพได้มากแค่ไหน


จากบรีฟที่ได้มา ลูกค้าถ่ายทำมาแบบเซ็ตฉากและเสื้อผ้ามาแล้ว อยู่ที่การสร้างสรรค์ของเราว่าจะทำให้ดูเป็นภาพยนตร์เก่าได้อย่างไร


ในตอนนั้นคิดว่า ในเมื่อถ่ายมามีสีมาก เราไม่จำเป็นต้องทำให้ดูเป็นภาพยนตร์เก่าจริงๆ ก็ได้ เพราะเรื่องราวที่ถ่ายมาดูน่าจะเป็นหนังสนุก การมาทำให้เป็นโทน sepia เลย อาจจะทำให้ตัว mv ไม่น่าสนใจและลดทอนความสนุกของภาพและเพลงไป เลยนำกลิ่นของภาพยนตร์เก่ามาประยุกต์ ทำให้มีสีสรรค์เหมือนใหม่แทน โดยการเพิ่มสีโทนอุ่นลงไปในทรายและสีผิว เปลี่ยนสีท้องฟ้าให้เป็นสีเขียวอมฟ้า ตัดกับเสื้อผ้าสีชมพูของนางเอก คอนทราสในดำหนักหน่อย เพราะฟิล์มสมัยก่อนน้ำหนักดำจะหนักและยังเก็บรายละเอียดไม่ได้มาก ซึ่งฟิล์มรุ่นหลังๆ จะเก็บรายละเอียดของภาพ และมีคอนทราสที่เบากว่า


ทั้งหมดนี้เป็นการคิดหน้างาน ภายหลังจากที่ได้รับโจทย์จากลูกค้าแล้ว ที่สำคัญ ก็คือ ทำให้นักร้องซึ่งเป็นคนมีเอกลักษณ์ดูดีในแบบที่ไม่เหมือนใคร




นอกจากนั้นแล้ว ยังมีส่วนที่เว้นขาวไว้ เช่นในก้อนเมฆสีขาว และบางส่วนของทราย เพราะส่วนตัวแล้วเป็นคนไม่ชอบสีที่เท่ากันเป๊ะ เพราะรู้สึกว่าทำให้ภาพแบน (ความคิดส่วนบุคคล)








หากดูดีๆ จะเห็นว่า คีย์ในหลายๆ ชอตหลุดไปบ้าง เนื่องจากฟุตเทจแสงเปลี่ยนตลอดเวลา และเป็นฟุตเทจ ต้นฉบับที่ยังไม่ได้รับการตัดต่อ จึงทำให้ไม่สามารถควบคุมแสงทั้งหมดในเทกนั้นได้ รวมกับเวลาที่จำกัดในการทำงาน ทำให้ต้องทำงานให้เร็วด้วย


แต่ทั้งหมดนี้ คือสุดฝีมือในตอนนั้น ในเวลาที่จำกัด และดูได้ไม่น่าเกลียด ลูกค้าชอบ ออกอากาศแล้วงานมีสไตล์ ผู้ชมจำได้ นี่คือความภูมิใจของจูเนียร์คนหนึ่งในตอนนั้น


หลังจากที่ฝึกสร้างสรรค์ ทำงานให้เร็วในเวลาที่จำกัดได้แล้ว หลังจากนั้นเมื่อความเร็วเริ่มคงที่ ก็เริ่มหัดทำงานให้ละเอียดมากขึ้น ในเวลาเท่าเดิม เพื่ออัพเลเวลของตัวเองต่อไป





59 views0 comments

Recent Posts

See All